ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ KTB CORPORATE ONLINE
1.
ระบบงาน KTB CORPORATE ONLINE ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า "ระบบงาน" เป็นบริการที่ธนาคารอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกค้ารายนิติบุคคล/หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งลูกค้ารายใหญ่ที่ได้รับอนุมัติจากธนาคารเป็น กรณีพิเศษให้สามารถทำรายการผ่าน Web site ของธนาคาร ในการใช้บริการจัดการด้านการเงินต่าง ๆ ด้วยตนเอง ได้แก่ บริการข้อมูลข่าวสารทั่วไปของธนาคาร การจัดการผู้ใช้บริการและข้อมูลในระบบของหน่วยงาน บริการข้อมูลด้านบัญชี บริการโอนเงินระหว่างบัญชีของตนเอง/โอนเงินไปบัญชีบุคคลอื่น บริการโอนเงินชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และการทำรายการด้านเช็ค ซึ่งสามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมง
2.
ธนาคารมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการใช้บริการเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทราบล่วงหน้าแต่ประการใด ธนาคารได้มอบรหัส
(USERS) ที่ใช้บริการ (USER ID) รหัสลับประจำตัว (USER PASSWORD)ให้แก่ผู้ขอใช้บริการ ผู้ขอใช้บริการจะต้องเก็บรักษาไว้ในที่มั่นคงปลอดภัย และถือเป็นความลับเฉพาะตัวของผู้ขอใช้บริการเท่านั้น
3.
การใช้ระบบงานในแต่ละครั้ง หากไม่มีการทำรายการติดต่อกันเป็นเวลา 20 นาที เมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวธนาคารจะยกเลิกการติดต่อ หากประสงค์จะใช้บริการต่อไป จะต้องติดต่อผ่านระบบงานเข้ามาใหม่
4.
การโอนเงินโดยผ่านระบบงาน ธนาคารจะต้องปฏิบัติทางบัญชีเช่นเดียวกับวิธีการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยสามารถโอนเงินระหว่างบัญชีตามที่ได้ระบุไว้ในคำขอและข้อตกลงยินยอมการใช้บริการ หรือที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น และให้โอนเงินในจำนวนไม่เกินยอดเงินคงเหลือที่สามารถถอนได้
5.
หากผู้ขอใช้บริการไม่ได้รับเงินจากการโอนเงินผ่านระบบงาน อันเนื่องมาจากผู้ขอใช้บริการมีเงินในบัญชีไม่เพียงพอ หรือผู้ขอใช้บริการ ไม่มีวงเงินสินเชื่อหรือถูกระงับการใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคาร หรือการโอนเงินจะเป็นผลให้ยอดเงินในบัญชีเกินกว่าวงเงินสินเชื่อที่ตกลงไว้กับธนาคาร หรืออยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย หรือธนาคารได้แจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทราบถึงความขัดข้องของการโอนเงินอยู่แล้วก่อนหรือขณะที่ทำรายการโอนเงิน หรือผู้ขอใช้บริการปฏิบัติผิดเงื่อนไข หรือข้อตกลงกับธนาคาร หรือเป็นเหตุสุดวิสัย เช่นระบบไฟฟ้า ระบบการติดต่อสื่อสารขัดข้อง ผู้ขอใช้บริการตกลงไม่ถือเอาเหตุขัดข้องดังกล่าว เป็นข้อเรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดกับผู้ขอใช้บริการทั้งสิ้น
6.
ในกรณีที่ใช้บริการโอนเงินระหว่างบัญชีตามที่ได้ระบุไว้ในคำขอ หรือเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยผ่านระบบงาน ถ้ามีความบกพร่องผิดพลาดในการหัก และ/หรือ โอนเงินจากการใช้บริการนี้ ไม่ว่าความบกพร่องผิดพลาดนั้น ๆ จะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลประการใด ผู้ขอใช้บริการตกลงยินยอม ให้ธนาคารมีอำนาจแก้ไขความบกพร่องผิดพลาดให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และยินยอมให้ธนาคารหักเงิน และ/หรือ โอนเงินจากบัญชีต่าง ๆ ที่ใช้กับระบบงานได้ โดยธนาคารมิต้องแจ้งหรือขออนุญาตจากผู้ขอใช้บริการ และ/หรือ เจ้าของบัญชีก่อนล่วงหน้า
ทั้งนี้ ผู้ขอใช้บริการยินยอมให้ถือว่าบรรดาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการหักเงิน, โอนเงิน หรือการดำเนินการของธนาคารกับบัญชีที่ใช้กับระบบงาน ซึ่งเป็นเอกสารที่ธนาคารจัดทำขึ้นเพื่อการแก้ไขความบกพร่องผิดพลาดในวรรคก่อน เป็นเอกสารที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ
7.
กรณีผู้ขอใช้บริการพบความบกพร่องผิดพลาดใด ๆ จากกากรหักเงิน และ/หรือการโอนเงินโดยผ่านระบบงาน ผู้ขอใช้บริการจะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบทันที พร้อมทั้งรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับ วันและเวลาที่ทำรายการ, บัญชีที่เกี่ยวข้องในการหักเงิน และ/หรือ โอนเงิน, ประเภทรายการ,จำนวนเงินที่โอนเข้าหรือโอนออก, ชื่อและสถานที่ติดต่อของผู้ขอใช้บริการและผู้แจ้ง ธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบความบกพร่องผิดพลาด ในการหักเงินและ/หรือโอนเงินจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้ขอใช้บริการกับรายงานคอมพิวเตอร์ของธนาคาร
8.
การกระทำใด ๆ ที่ผ่านระบบงาน ทั้งที่เป็นการกระทำของผู้ขอใช้บริการเอง หรือเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นโดยบุคคลอื่น หากได้กระทำไปโดยผ่านระบบงาน, รหัส(USERS ที่ใช้บริการ (USER ID) รหัสลับประจำตัว (USER PASSWORD) และ/หรือคำสั่งคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้แล้ว ให้ถือว่าถูกต้องสมบูรณ์ และมีผลผูกพันผู้ขอใช้บริการ ผู้ขอใช้บริการยินยอม รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าวทุกประการ
9.
ข้อมูลที่ผู้ขอใช้บริการได้รับจากระบบงาน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ, อัตราดอกเบี้ย หรือข้อมูลอื่นใด เป็นข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และไม่มีผลผูกพันธนาคาร
10.
กรณีที่ผู้ขอใช้บริการประสงค์จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการใช้บริการจากที่ได้ระบุไว้ในคำขอนี้ รวมทั้งการยกเลิก และ/หรือระงับการใช้ระบบงาน ผู้ขอใช้บริการจะต้องแจ้งกับธนาคาร เป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบฟอร์มที่ธนาคารกำหนด กรณีนิติบุคคล/หน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจกระทำการแทนจะต้องจัดทำหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ให้แก่ธนาคาร และทุกกรณีดังกล่าวข้างต้นจะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ธนาคารแจ้งให้ผู้ขอใช้บริการทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นก่อนวันที่ธนาคารเปลี่ยนแปลง ผลการเปลี่ยนแปลง ผู้ขอใช้บริการต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น
11.
การอายัดเช็คผ่านระบบงาน เมื่อผู้ขอใช้บริการทำการอายัดผ่านระบบงาน โดยใช้รหัสประจำตัวหรือรหัสผ่านของผู้ใช้บริการ ให้ถือว่าการอายัดเช็คดังกล่าวมีผลสมบูรณ์ทันทีที่ทำรายการผ่านระบบงาน โดยผู้ขอใช้บริการไม่ต้องยื่นเรื่องเป็นหนังสือขออายัดเช็คกับสำนักงาน/สาขาของธนาคารที่ผู้ขอใช้บริการเปิดบัญชีไว้อีก แต่หากเช็คฉบับนั้นอยู่ในกระบวนการที่ธนาคารไม่สามารถระงับการจ่ายเงินได้ ผู้ขอใช้บริการจะไม่เรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น
12.
เอกสารหรือ หนังสือใด ๆ ที่ธนาคารส่งไปยังผู้ขอใช้บริการตามที่อยู่ และ/หรือสำนักงานตามที่แจ้งไว้กับธนาคารถือว่าผู้ขอใช้บริการได้ทราบข้อความในเอกสารหรือหนังสือนั้น ๆ แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เป็นหน้าที่ของผู้ขอใช้บริการที่จะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นผู้ขอใช้บริการยินยอมให้ ถือว่าที่อยู่เดิมเป็นที่อยู่ที่ถูกต้องแล้ว
13.
ผู้ขอใช้บริการตกลงยินยอมให้ธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการ, ค่าใช้จ่ายในการโอนเงินและค่าใช้จ่าย ใด ๆ อันเกี่ยวกับการใช้ระบบงาน ได้ตามอัตราที่ธนาคารกำหนด โดยให้ธนาคารหักจากบัญชีของผู้ขอใช้บริการที่มีอยู่กับธนาคาร
14.
ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะปรับปรุง, เปลี่ยนแปลง, ยกเลิกการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน, แก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ รวมทั้งค่าธรรมเนียมและค่าบริการต่าง ๆ ในเวลาใดก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร